พพ. เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรฐาน BEC จัดสัมมนาเสริมศักยภาพบุคลากรท้องถิ่นภาคกลาง ณ จังหวัดสุพรรณบุรี

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน หรือ Building Energy Code: BEC แก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตก่อสร้างอาคาร มุ่งยกระดับกระบวนการตรวจสอบให้ถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสนับสนุนการลดการใช้พลังงานในภาคอาคารอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. กระทรวงพลังงาน จัดการสัมมนาให้ความรู้ในการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารที่ดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน สำหรับบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตก่อสร้างอาคาร และหน่วยงานที่มีบทบาทในการผลักดันและขับเคลื่อนกฎกระทรวง ครั้งที่ 5 ณ ห้องเพรสซิเด้นท์ 1 โรงแรมเลิศธานี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเกียรติจาก นายวรัตม์ มาประณีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา และ คุณเฉลิมลักษณ์ จิตรรำพึง หัวหน้ากลุ่มกำหนดและควบคุมมาตรฐานอาคารใหม่ กองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน เป็นผู้กล่าวรายงาน

การจัดสัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 180 คน ประกอบด้วยเจ้าพนักงานท้องถิ่น บุคลากรจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการตรวจสอบแบบอาคาร ตลอดจนการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน

ปัจจุบันกฎกระทรวงกำหนดให้อาคาร 9 ประเภท ได้แก่ อาคารสถานพยาบาล อาคารสถานศึกษา อาคารสำนักงานหรือที่ทำการ อาคารชุด อาคารชุมนุมคน อาคารโรงมหรสพ อาคารโรงแรม อาคารสถานบริการ และอาคารห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องออกแบบอาคารและระบบที่ใช้พลังงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด โดยมีการนำข้อกำหนดดังกล่าวมาบูรณาการกับกระบวนการควบคุมอาคาร และเริ่มต้นบังคับใช้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 เป็นต้นมา

นายวรัตม์ มาประณีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับความรู้และความเข้าใจของบุคลากรระดับท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน BEC โดยการออกแบบอาคารที่คำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงานตั้งแต่ขั้นตอนการวางแบบ นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องมีความเข้าใจในกระบวนการ แนวทาง และเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบอาคารอย่างถูกต้อง เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตก่อสร้างมีมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนสามารถประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านพลังงาน หน่วยงานควบคุมอาคาร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสัมมนาจึงเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และปัญหาที่พบจากการปฏิบัติงานจริง พร้อมร่วมกันพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายหัวข้อ “สาระสำคัญของกฎกระทรวงเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (BEC) และวิธีการปฏิบัติ” โดยคุณเฉลิมลักษณ์ จิตรรำพึง และการบรรยายเรื่อง “ความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน” โดยคุณอนวัช บูรพาชน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและด้านการขุดดินและถมดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง

ในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมได้รับฟังการบรรยายเรื่อง “แนวทางการตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารตามเกณฑ์ BEC และกรณีตัวอย่าง” โดย ดร.ณัฏฐภัทร วงศ์ภักดี ที่ปรึกษาโครงการ มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงหัวข้อ “แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรภาคอาคารเบื้องต้น” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉันทนา พันธุ์เหล็ก ที่ปรึกษาโครงการ มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนเปิดเวทีถาม–ตอบและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วม

พพ. ได้ดำเนินงานพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอาคารตามแผนระยะเวลา 13 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2560–2572 โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 9,000 คนทั่วประเทศ ปัจจุบันการดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 10 และมีผู้ผ่านการเข้าร่วมสัมมนาสะสมแล้วประมาณ 5,260 คน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กำหนดจัดสัมมนารวม 6 ครั้ง ตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 900 คน

การจัดสัมมนาครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จังหวัดสุพรรณบุรี และมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะที่ปรึกษาโครงการ เพื่อร่วมกันสร้างกลไกการบังคับใช้มาตรฐานอาคารด้านพลังงานให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และสนับสนุนให้อาคารใหม่ของประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น

ความรู้และประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมได้รับจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคาร ลดความคลาดเคลื่อนในการตีความข้อกำหนด และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในระดับพื้นที่ อันจะนำไปสู่การลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

Message us